มาตรฐานสายสัญญาณ

เปรียบเทียบ
จุดประกายโดย: Marketing Team เขียนเมื่อ 2010-02-06 14:05:14
สมาคมอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ หรือ EIA (Electronics Industries Association) และสมาคมโทรคมนาคม หรือ TIA (Telecommunication Industries Association) ได้ร่วมกันกำหนดมาตรฐาน EIA/TIA568 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้ในการผลิต UTP โดยมาตรฐานนี้ได้แบ่งประเภทของสายออกเป็นหลายประเภท โดยแต่ละประเภทจะเรียกว่า Category N โดย N คือหมายเลขที่บอกประเภท ส่วนสภาบันมาตรฐานนานาชาติ(International Organization for Standardization) ได้กำหนดมาตรฐานนี้เช่นกันโดยจะเรียกสายแต่ละประเภทเป็น Class A-F คุณสมบัติโดยทั่วไปของสายแต่ละประเภทเป็นดังนี้

มาตรฐานสาย UTP

  • Category1/Class A เป็นสายที่ใช้ได้กับระบบโทรศัพท์อย่างเดียวโดยสายนี้ไม่สามารถใช้ในการส่งข้อมูลแบบดิจิตอลได้สายโทรศัพท์ที่ใช้ก่อนปี 1983 จะเป็นสายแบบ Cat 1
  • Category2/Class B เป็นสายที่รองรับแบนด์วิธได้ถึง 4 MHz ซึ่งทำให้สามารถส่งข้อมูลแบบดิจิตอลได้ถึง4 Mbps ซึ่งประกอบด้วยสายคู่เกลียวบิดอยู่ 4 คู่
  • Category3/Class C เป็นสายที่สามารถส่งข้อมูลได้ถึง 16 Mbps และมีสายเกลียวบิตอยู่ 4 คู่
  • Category4 ส่งข้อมูลได้ถึง 20 Mbps และมีสายคู่เกลียวบิดอยู่ 4 คู่
  • Category5/Class D ส่งข้อมูลได้ถึง 100 Mbps โดยใช้ 2 คู่สายและรับส่งข้อมูลได้ถึง 1000 Mbps เมื่อใช้ 4 คู่สาย
  • Category5Enhanced(5e) เช่นเดียวกับ Cat 5 แต่มีคุณภาพของสายที่ดีกว่าเพื่อรองรับการส่งข้อมูลแบบฟลูดูแพล็กที่ 1000 Mbps ซึ่งใช้ 4 คู่สาย
  • Categoty6/Class E รองรับแบนวิธได้ถึง 250 MHz
  • Category7/Class F รองรับแบนวิธได้ถึง 600 MHz และกำลังอยู่ระหว่างการวิจัย

มาตรฐาน EIA/TIA 568 นั้นได้กำหนดคุณสมบัติต่างๆ ของสายสัญญาณ UTP ดังนี้
  • ความต้านทาน(Inpedance) :โดยทั่วไปจะกำหนดไว้ที่ 100 Ohm + 15%
  • ค่าสูญเสียสัญญาณ (Attenuation) :ของสายที่มีความยาว 100 เมตรคืออัตราส่วนระหว่างกำลังสัญญาณที่ส่งต่อกำลังสัญญาณที่วัดได้ปลายสายโดยมีหน่วยเป็นเดซิเบล (dB)
  • NEXT (Near-End Cross Talk) :เป็นค่าของสัญญาณรบกวนของสายคู่ส่งต่อสายคู่รับที่ผั่งส่งสัญญาณโดยวัดเป็นเดซิเบล(dB) เช่นกัน
  • PS-NEXT (Power-Sum NEXT) : เป็นค่าที่คำนวณได้จากสัญญาณรบกวน NEXT ของสายอีก 3คู่ที่มีผลต่อสายคู่ที่วัดค่านี้จะมีผลเมื่อใช้สายสัญญาณทั้งคู่ในการรับส่งสัญญาณเช่น กิกะบิตอีเธอร์เน็ต
  • FEXT (Far-End Cross Talk) : จะคล้ายกับ NEXT แต่เป็นการวัดค่าสัญญาณรบกวนที่ปลายสาย
  • ELFEXT(Equal-Level Far-end Cross Talk) : เป็นค่าที่คำนวณได้จากค่าสูญเสียของสัญญาณ(Attenuation) ลบด้วยค่า FEXT ดังนั้นค่า ELFEXT ยิ่งสูงแสดงว่าความสูญเสียยิ่งสูงด้วย
  • PS-ELFEXT (Power-Sum ELFEXT) :เป็นค่าที่คำนวณคล้ายกับค่า PS-NEXT คือเป็นค่าที่คำนวณได้จากการรวม ELFEXT ที่เกิดจากสาย 3 คู่ที่เหลือ
  • Return Loss : เป็นค่าที่วัดได้จากอัตราส่วนระหว่างกำลังส่งสัญญาณที่ส่งไปต่อกำลังส่งสัญญาณที่สะท้อนกลับมายังต้นสาย
  • Delay Skew: เนื่องจากสัญญาณเดินทางบนสายสัญญาณแต่ละคู่ด้วยเวลาที่ต่างกันค่า Delay Skew คือค่าแตกต่างระหว่างคู่ที่เร็วที่สุดกับคู่ที่ช้าที่สุด

มาตรฐาน EIA/TIA 568 และ ISO/IEC 11801 ของสาย UTP CAT5e กับสาย UTP AMP,Link ,Tactio



มาตรฐาน EIA/TIA 568 และ ISO/IEC 11801 ของสาย UTP CAT6 กับสาย UTP AMP,Link ,Tactio



ดาวน์โหลดเอกสาร

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

For more information, feel free to contact us at 0-22479898 Ext 87,
E-Mail: marketing@optimus.co.th; Twitter: @optimus_th; Facebook: optimusthailand